ความเหมือนที่แตกต่าง


ความเหมือนที่แตกต่าง
            ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสองเหตุการณ์ ในวัน เวลา และ สถานที่ที่ต่างกัน ซึ่งทำให้เห็นความเหมือนและความต่างของเรื่องราว


            เหตุการณ์แรก
            เกิดเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ ที่สภ.คลองหลวง พระพุทธอิสระได้ เดินทางมาเพื่อแจ้งความเอาผิดลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ใน ๓ ข้อหา  คือ หมิ่นประมาท ดูหมิ่น ขัดขวางเจ้าพนักงาน


            เหตุการณ์ที่สอง
            เกิดเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ที่สภ. กำแพงแสน กลุ่มพลังชาวพุทธ กลุ่มพลังสตรีรักษ์พระพุทธศาสนา ได้เดินทางมาแจ้งความกล่าวโทษ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
            ในส่วนของรายละเอียดของเหตุการณ์หรือในแง่กฎหมายว่า จะมีผลออกมาอย่างไร ผมคงจะไม่กล่าว ณ เวลานี้ คงต้องไปว่ากันในชั้นพนักงานสอบสวนต่อไป
            แต่สิ่งที่อยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ คือ
สำหรับความเหมือน
            ในเหตุการณ์ทั้งสองนี้ คือ เป็นเรื่องของคู่กรณี ที่ต่างฝ่ายต่างก็ต้องการจะแจ้งความอีกฝ่ายหนึ่งโดยอาศัยแง่มุมของกฎหมายที่แต่ละฝ่ายเห็นว่า เป็นจุดที่จะทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับความเสียหาย
สำหรับความต่าง
            ๑. ในวันที่ฝ่ายของพระพุทธอิสระ เดินทางมาที่สภ. คลองหลวงนั้น ไม่ปรากฎว่ามีศิษย์วัดพระธรรมกายออกมาขัดขวางการเดินทางมาหรือส่งคนมาก่อความวุ่นวายแต่อย่างใด ทั้งที่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงวัดพระธรรมกาย
            ในขณะที่เมื่อฝ่ายของกลุ่มพลังชาวพุทธ กลุ่มพลังสตรีรักษ์พระพุทธศาสนา เดินทางไปที่ สภ.กำแพงแสนนั้น มีกลุ่มคนของทางนั้นได้เดินทางมา ทั้งที่ห่างไกลจากวัดอ้อน้อยพอสมควร แถมมีทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง มาช่วยเก็บป้าย ไม่ให้นำป้ายที่เตรียมไว้ออกมาใช้
            ๒. เมื่อวันที่พระพุทธอิสระเดินทางมาที่สภ.คลองหลวง ได้รับความ สะดวกสบายทุกอย่าง มีนายตำรวจเข้าไปกราบที่ตัก พินอบพิเทา ให้โอกาสเต็มที่ อยากพูดอะไรก็ได้พูด
            แต่เมื่อวันที่กลุ่มพลังชาวพุทธ กลุ่มพลังสตรีรักษ์พระพุทธศาสนา ไปที่ สภ. กำแพงแสน แค่จะแถลงการณ์ ยังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาห้าม ไม่ให้อ่านแถลงการณ์
            ๓. เมื่อวันที่พระพุทธอิสระเดินทางมาที่สภ.คลองหลวง ไม่ปรากฎว่ามี ทหารเข้ามาร่วมในเหตุการณ์แต่อย่างใด
            แต่สำหรับที่ สภ. กำแพงแสนนั้น ได้รับความเมตตาเป็นพิเศษ มีทหาร มาดูแลความสงบ และตรวจบัตรประชาชน และมีผู้แต่งกายคล้ายทหาร คอยบันทึกภาพเหตุการณ์โดยตลอด
            ๔. เมื่อวันที่พระพุทธอิสระเดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง ในช่วงขากลับ สามารถเดินทางกลับโดยปกติ
            แต่สำหรับที่ สภ. กำแพงแสนนั้น คณะผู้เข้าแจ้งความกล่าวโทษ ได้ถูกขอร้องจากเจ้าหน้าที่ทหาร ให้งดแถลงข่าวว่าได้มีการแจ้งความแล้ว และให้ออกทางประตูหลัง โดยมีรถมาจอดรอ พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยถึงรถ เนื่องจากมีกลุ่มคนไม่ทราบว่ามาจากไหน มายืนด่าทอ ชูนิ้วกลาง ให้กับคณะผู้มาแจ้งความ แม้เมื่อขึ้นรถแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องขับมอเตอร์ไซด์ประกบ จนคิดว่าปลอดภัยแล้ว จึงกลับ
            ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ จะมีเบื้องหน้า เบื้องหลังอย่างไรหรือไม่ แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงคำที่ปู่ย่า ตายาย ได้ฝากไว้เป็นข้อคิด


“ เห็นศิษย์ก็เห็นอาจารย์ ”


ขอขอบคุณภาพจาก google.com
อนาคาริก
07/05/16
ความเหมือนที่แตกต่าง ความเหมือนที่แตกต่าง Reviewed by WHITE KNIGHT on 5:04 AM Rating: 5

10 comments:

  1. ไม่มีอะไรหรอก ... แค่ พวกเดรัจฉาน มันอยู่รวมกัน ...มันฟังภาษามนุษย์ไม่ค่อยเข้าใจหรอกครับ ... ปกติของ คนพาลมันมักจะคิดว่าตนเองมีกำลัง คนอื่นอ่อนแอ ก็เลยคิดแต่จะใช้กำลังข่มขู่ เห่าหอน ...อย่าไปทำตามมันน่ะดีแล้วครับ เดี๋ยวใครเห็นเข้า เขาจะแยกมนุษย์กับเดรัจฉานไม่ออก.. ไม่ดี ๆ

    ReplyDelete
  2. เขาครองบ้านเมืองเขาคือกดหมายเขาคือรัดทะพาลเขาเป็นอะไรอะไร ได้ เฉพาะช่วงนี้เท่านั้นครับ

    ReplyDelete
    Replies
    1. หวังว่าคงจะมีหวังครับ

      Delete
  3. เห็นภาพเลยครับกับคำที่ว่า " เห็นศิษย์ก็เห็นอาจารย์ "
    ศิษย์เป็นยังไง อาจารย์ก็เป็นยังงั้น

    ReplyDelete
  4. ชัดเจนค่ะ "เห็นศิษย์ก็เห็นอาจารย์"เป๊ะ

    ReplyDelete
  5. พระพุทธองค์ตรัสไว้ในจูฬปุณณมสูตรทำนองว่า อสัตบุรุษย่อมมองไม่ออกว่าใครเป็นอสัตบุรุษ และเป็นสัตบุรุษ อสัตบุรุษย่อมเข้าใจอสัตบุรุษว่าเป็นสัตบุรุษ เข้าใจว่าสัตบุรุษเป็นอสัตบุรุษ เหมือนคนตาบอด ก็ย่อมมองไม่เห็นว่าใครตาบอดหรือตาไม่บอดฉะนั้น เขาจึงเป็นผู้ประกอบด้วยธรรม
    ของอสัตบุรุษ ภักดีต่ออสัตบุรุษ มีความคิดอย่างอสัตบุรุษ มีความรู้อย่าง
    อสัตบุรุษ มีถ้อยคำอย่างอสัตบุรุษ มีการงานอย่างอสัตบุรุษ มีความเห็น
    อย่างอสัตบุรุษ ย่อมให้ทานอย่างอสัตบุรุษ.

    ReplyDelete
  6. ธาตุทั้งหลาย อยู่ร่วมกัได้ เพราะมีอายตนะดึงดูดซึ่งกันและกัน

    ReplyDelete
  7. ธาตุทั้งหลาย อยู่ร่วมกัได้ เพราะมีอายตนะดึงดูดซึ่งกันและกัน

    ReplyDelete
  8. ธาตุทั้งหลาย อยู่ร่วมกัได้ เพราะมีอายตนะดึงดูดซึ่งกันและกัน

    ReplyDelete
  9. ธาตุทั้งหลาย อยู่ร่วมกัได้ เพราะมีอายตนะดึงดูดซึ่งกันและกัน

    ReplyDelete

Powered by Blogger.