หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๒๑)



หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๒๑)



     การที่พ่อแม่จะเลี้ยงลูกให้ได้ดีนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความรักอย่างเดียว แต่พ่อแม่จะต้องสามารถเป็นต้นแบบให้กับลูก และเป็นคนที่ช่างสังเกตเพื่อจะหยิบจับสิ่งรอบตัวมาสอนลูกอันเป็นที่รักของตนได้



     หลวงพ่อทั้งสอง ท่านดูแลสามเณรไม่ใช่ในฐานะของครูบาอาจารย์เท่านั้น แต่ท่านได้ทุ่มเทเอาใจใส่เสมือนสามเณรคือลูก ๆ ของท่าน ที่ยิ่งกว่านั้นหากจะว่าไปแล้ว อาตมามองว่าท่านมีความปรารถนาดีต่อสามเณรยิ่งกว่าพ่อแม่เสียอีก ทำไมจึงกล่าวอย่างนั้น ก็เพราะว่า พ่อแม่โดยทั่วไปจะรักและห่วงใยลูกเพียงในชาตินี้ พ้นจากชาตินี้แล้วก็ตัวใครตัวมัน แต่หลวงพ่อทั้งสองท่านมองไปถึงชาติหน้าและภพชาติต่อ ๆ ไป ท่านจึงคอยกำชับพระพี่เลี้ยงให้คอยตอกย้ำเป้าหมายชีวิตให้กับสามเณรอย่างสม่ำเสมอ



     สิ่งที่หลวงพ่อท่านต้องการจะให้สามเณรวัดพระธรรมกายเป็นคือ เป็นผู้มีการพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนั้นหากมีอะไรที่จะทำให้เป้าหมายนี้บรรลุผลท่านจะรีบลงมือสั่งการ แล้วมาติดตามงานทันที



     มีอยู่วันหนึ่งขณะที่หลวงพี่สุรพลและพระพี่เลี้ยงกำลังพาสามเณรพัฒนาแผนก หลวงพ่อทัตตชีโวได้เดินมาดู ท่านยืนสังเกตอยู่สักครู่ แล้วก็เรียกพระพี่เลี้ยงไปถามว่า

“ ทำไมสามเณรของเราถึงตัวเล็กจัง ” 

     “ เด็กต่างจังหวัด มักเป็นอย่างนี้ครับหลวงพ่อ จะไม่ค่อยตัวโต ” อาตมารีบตอบ

     หลวงพ่อมองหน้าแล้วพูดเสียงเย็น ๆ ว่า “ ท่านตอบอย่างนี้ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา เพราะมันไม่ถูกจุด ”

“ ครอบครัวของท่านมีญาติพี่น้องกี่คน ” หลวงพ่อถามอาตมา

“ ตอนยังเด็กก็หลายคนครับ แต่พอโตขึ้นก็แยกย้ายกันไปครับ ” อาตมาตอบแบบงง ๆ ว่าทำไมพูดเรื่องเณรตัวเล็กอยู่ดี ๆ แต่จู่ ๆ ท่านมาถามเรื่องครอบครัว

     “ ตอนที่อยู่กันหลายคน ท่านนึกออกไหมว่าอาหารการกินของท่านเป็นอย่างไร ” หลวงพ่อถามต่อไปอีก



     อาตมาก็ต้องนึกภาพสมัยคุณตายังมีชีวิตอยู่ ที่บ้านจะเป็นครอบครัวใหญ่มาก นั่งทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตานี่อย่างต่ำก็ ๑๐ ชีวิต เนื่องจากคุณตาอายุมาก อาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกผักลวก ผักต้ม จิ้มน้ำพริก หรือไม่ก็พวกปลาเนื้ออ่อน ไม่ค่อยมีเนื้ออะไรมาก พอบรรยายให้หลวงพ่อฟังอย่างนี้ ท่านหัวเราะเลย

     “ นั่นไง เอ็งถึงตัวเล็ก ครอบครัวที่ให้เด็กกินข้าวกับผู้ใหญ่ มีข้อดีคืออยู่กันอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ข้อเสียคือหากไม่รู้เรื่องโภชนาการ ก็จะให้เด็กกินอาหารผู้ใหญ่ ซึ่งมันไม่ถูกหลัก เด็กอยู่ในวัยเจริญเติบโตต้องการสารอาหาร แต่ไปกินอาหารผู้ใหญ่ที่ต้องการเพียงให้ย่อยง่าย แต่ไม่ได้ไปเสริมสร้างอะไรแล้ว มันจึงไม่โต เข้าใจหรือยัง ”

     ก่อนที่ท่านจะเดินไป ท่านได้สั่งการให้ประสานงานกับโรงครัวของวัดให้ดำเนินการในวันรุ่งขึ้นทันที พร้อมกับทิ้งท้ายไว้ว่า

     “ คอยดูนะหลวงพ่อจะทำให้เณรพวกนี้ ตัวโตให้ได้ ”

     วันรุ่งขึ้นก็เกิดเรื่องสนุกสนานเบิกบานที่แผนกสามเณรคือ หลวงพี่สุรพลสั่งให้สามเณรออกมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน ให้มาเข้าแถวรับไข่ต้มรูปละ ๒ ฟองพร้อมกับนมคนละหนึ่งเหยือก จากวันนั้นเป็นต้นมา สามเณรก็จะต้องฉันไข่ต้มและนมหนึ่งเหยือกทุกเช้า โดยที่แผนกได้แบ่งบุญให้สามเณรโตต้มไข่และชงนมเอง

     เวลาผ่านไปไม่นานสามเณรกว่า ๘๐​ % สูงใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งหลายรูปตอนที่มาใหม่ ๆ ตัวเล็ก ๆ แต่ทุกวันนี้ เวลาคุยกันอาตมาต้องแหงนคอสนทนาด้วย



     เพราะความเอาใจใส่ของหลวงพ่อแท้ ๆ จึงทำให้สามเณรในวันนั้น กลายมาเป็นหลวงพี่ที่สง่างามในวันนี้


     อ้อ เกือบลืมไป มีเกร็ดเล่าให้ฟังนิดหน่อยถึงอานิสงส์ของการฉันไข่ต้ม ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ แต่มีผลต่อการปฏิบัติธรรมทีเดียว กล่าวคือ มีสามเณรรูปหนึ่งท่านนั่งธรรมะแล้วนึกดวงแก้วไม่ออก นึกอะไรก็ไม่ถนัด ในที่สุดท่านก็เลยนึกไข่ต้มนี่แหละ เพราะฉันอยู่ทุกเช้า ปรากฎว่าพอนึกไข่ต้มเท่านั้นภาพเกิดอย่างชัดเจน และอาศัยไข่ต้มเป็นนิมิตเบื้องต้น ต่อมาทำให้ท่านเห็นดวงใส เห็นองค์พระภายในได้

     อย่าถามนะว่าองค์นี้เป็นใคร จ้างก็ไม่บอกว่าปัจจุบันท่านบวชได้หลายพรรษาแล้วและจบเปรียญ ๙ ซะด้วย







ขอขอบคุณภาพจาก google.com
อาสภกันโต ภิกขุ
๙ ส.ค. ๕๙
หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๒๑) หลวงพ่อสอนอะไร(ตอนที่ ๒๑) Reviewed by asabha072 on 3:02 AM Rating: 5

94 comments:

  1. รู้อะไรไม่สู้รู้งี้...ฉันไข่ต้มซะตั้งนานแล้ว

    ReplyDelete
    Replies
    1. ยังทันนะครับ

      Delete
    2. ยังทันนะครับ

      Delete
    3. พลาดของอร่อยแล้วค่ะ

      Delete
  2. รู้แบบนี้ชวนลูกชวนหลานมาบวชเป็นสามเณรที่วัดพระธรรมกายกันเยอะๆ นะครับ

    กราบแทบเท้าหลวงพ่อทั้งสองด้วยความเคารพยิ่ง และกราบอนุโมทนาบุญกับพระอาจารย์ที่นำธรรมะดีๆ มีถ่ายทอดนะครับ

    ReplyDelete
  3. กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาบุญครับ

    ReplyDelete
  4. หลวงพ่อเอาใจใส่ลูกๆ สามเณรจริงๆ ค่ะ ได้อยู่ในเหตุการณ์ช่วงนั้นด้วยเหมือนกัน จำได้ว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเชิญผู้ใหญ่ที่เป็นครูบาอาจารย์สอนนักเรียนมาหารือเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการดูแลเด็ก เพื่อจะได้นำมาใช้เพื่อพัฒนาการของสามเณรทั้งทางร่างกาย ความรู้ และคุณธรรม ท่านเห็นสามเณรรุ่นนั้นองค์เล็กๆ กันทั้งนั้นเลย จึงกำหนดให้ได้ฉันไข่และนมทุกวัน และยังหาอาจารย์มาสอนวิชาพิเศษต่างๆ ให้สามเณรได้มีความรู้กว้างขวางอีกด้วยค่ะ ... หลวงพ่อทั้งสองเป็นสุดยอดของครูโดยแท้

    ReplyDelete
    Replies
    1. อนุโมทนาบุญกับอาจารย์ด้วยครับ
      สาธุๆๆ

      Delete
    2. อนุโมทนาบุญกับอาจารย์ด้วยครับ
      สาธุๆๆ

      Delete
  5. หลวงพ่อเอาใจใส่ลูกๆ สามเณรจริงๆ ค่ะ ได้อยู่ในเหตุการณ์ช่วงนั้นด้วยเหมือนกัน จำได้ว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเชิญผู้ใหญ่ที่เป็นครูบาอาจารย์สอนนักเรียนมาหารือเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการดูแลเด็ก เพื่อจะได้นำมาใช้เพื่อพัฒนาการของสามเณรทั้งทางร่างกาย ความรู้ และคุณธรรม ท่านเห็นสามเณรรุ่นนั้นองค์เล็กๆ กันทั้งนั้นเลย จึงกำหนดให้ได้ฉันไข่และนมทุกวัน และยังหาอาจารย์มาสอนวิชาพิเศษหลายๆ ด้าน ให้สามเณรได้มีความรู้กว้างขวางอีกด้วยค่ะ ... หลวงพ่อทั้งสองเป็นสุดยอดของครูโดยแท้

    ReplyDelete
  6. กราบสาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ
    ยิ่งฟังยิ่งปลื้มที่เรามีครูดีแท้ปลื้มสุดๆ
    หลวงพี่บรรยายได้ดีจังอ่านง่ายๆเข้าใจทุกตอนดี๊ดี

    ReplyDelete
  7. หลวงพ่อทั้งสองท่านรักลูกมากๆ เพราะกว่าจะตามมารวมกันได้ ต้องใช้บุญไปมากเอย.

    ReplyDelete
  8. สาธุๆ อนุโมทนา

    ReplyDelete
  9. หลวงพ่อเอาใจใส่ และเป็นห่วงสามเณร
    เป็นห่วงพระภิกษุ ท่านจะสอนปฎิบัติตัว
    ตั้งแต่ตื่นนอน จนเข้านอน

    ReplyDelete
  10. สุดยอดพ่อพระ.......
    ของพระ -เณรทุกรูป
    ของวัดพระธรรมกาย

    ReplyDelete
  11. ฉันก็ชอบกินไข่ทุกวัน สูง170แล้ว ถ่ายบัตรครั้งแรก165ซม ตอนนี้50แล้วก็ยังไม่เลิกกินไ่ข่ สารอาหารครบนะ ไม่งั้นคงเกิดเป็นไข่ไม่ได้ และก็ยังไม่มีสารพิษมาเจือเท่าไร สนับสนุนให้ทุกคนกินไข่ ยังไม่เคยป่วยเพราะโรคเลยนะ ท่านสอนเหมือนพ่อแม่เราเลย โตวันโตคืน เบิกบานสบายใจ

    ReplyDelete
  12. หลวงพ่อคือพระผู้สร้าง

    ReplyDelete
  13. เมื่อย้อนเวลากลับไปสู่อดีต บางท่านอาจไม่ทราบเรื่องราวดังกล่าวนี้ เพราะมาในภายหลังหรือไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ถ้าอยู่ในยุคนั้น ก็จะทราบเรื่องราวเหล่านี้ได้ จากวันนั้น กว่าจะมาถึงวันนี้ ย่อมมีเรื่องราวการสร้างบารมีที่น่าประทับใจเป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอย่างมากมายเกินกว่าจะบรรยายให้หมดสิ้นได้ และขอสรุปว่า
    "พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ทั้งสอง" นี่แหละ คือ ครูบาอาจารย์ที่เราแสวงหา ฯลฯ

    ReplyDelete
  14. พระเดชพระคุณหลวงพ่อดูแลเอาใจใส่พระภิกษุสามเณร อบรมพร่ำสอนเพื่อให้เป็นพระเป็นเณรที่สมบูรณ์พร้อมจริงๆ เลยค่ะ

    ReplyDelete
  15. เรื่องไข่ๆ ไม่ใช่เรื่องดูเบานะ วัดพระธรรมกายเป็นแชมป์บาลีมีพระมหา ปธ.9 มากที่สุดในเมืองไทย💐🎉🙏🙏🙏

    ReplyDelete
  16. ท่านใส่ใจทุกรายละเอียด

    ReplyDelete
  17. หลวงพ่อสอนให้ดูแลอบรมให้เป็นคนดี ตั้งแต่ยังเล็กๆเมื่อโตมาจะได้เป็นเยาวชนที่ดีของประเทศ

    ReplyDelete
  18. สาธุค่ะ อยากเป็นลูกเณรของหลวงพ่อเลย ท่านดูแลเราเหมือนลูกเหมือนหลานเลย

    ReplyDelete
  19. พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองรูปสอน สนับสนุน ให้กำลังใจ ให้ทุกคนได้สร้างความดี ได้ปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงธรรม

    ReplyDelete
  20. ประทับใจในคำสอนและต้นแบบของหลวงพ่อมากครับ

    ReplyDelete
  21. สาธุค่ะ

    ReplyDelete
  22. กราบอนุโมทนาบุญกับพระอาจารย์ด้วยเจ้าค่ะ ที่เอาเรื่องราวปลื้มๆมาเล่าให้ฟัง อ่านไป อมยิ้มไป กราบสาธุๆๆเจ้าค่ะ

    ReplyDelete
  23. กราบแทบเท้าพระเดชพระคุณหลวงพ่อ.....หลวงพ่อไม่ไดัสอนพระเณรอย่างเดียวท่านยังดูแลความเป็นอยู่เหมือนพ่อแม่......

    ReplyDelete
  24. ว้าววว ไข่ต้มนี่ไม่ธรรมดาเลย^^

    ReplyDelete
  25. ฉันเเต่เด็กเเล้วครับ

    ReplyDelete
  26. สาธุๆๆค่ะ
    สุดยอดจริงๆค่ะ

    ReplyDelete
  27. หลวงพ่อสุดยอดจริงๆ...(ตอนเด็กไม่ชอบกินนม โตขึ้นเลยตัวเล็กเลยเรา...555)

    ReplyDelete
  28. กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาบุญครับ

    ReplyDelete
  29. สาธุเจ้าค่ะ ถึงว่าทำไมเราตัวเล็ก เป็นแบบนี้นี่เอง

    ReplyDelete
  30. สาธุๆๆๆ ค่ะ

    ReplyDelete
  31. สาธุๆๆๆ ค่ะ

    ReplyDelete
  32. ช่างโชคดีที่สามเณรหลายรูปได้ตัดสินใจมาบวชที่วัดพระธรรมกาย

    ReplyDelete
  33. กราบอนุโมทนาบุญกับหลวงพ่อทั้ง2รูปครับที่ได้เมตตาสั่งสอนให้ความรู้ต่างๆที่เป็นประโยชน์ในการดํารงชีวิต

    ReplyDelete
  34. สามเณรคือผู้ได้โอกาส

    ReplyDelete
  35. สามเณรวัดพระธรรมกายเป็นผู้ได้โอกาส ที่มีพระพ่อคอยอบรมพร่ำสอนสิ่งที่ดีหั้ยเสมอๆๆ

    ReplyDelete
  36. สามเณรวัดพระธรรมกายเป็นผู้ได้โอกาส ที่มีพระพ่อคอยอบรมพร่ำสอนสิ่งที่ดีหั้ยเสมอๆๆ

    ReplyDelete
  37. เพราะมีพระพ่อถึงได้มีวันนี้ สาธุค่ะ

    ReplyDelete
  38. เพราะมีพระพ่อถึงได้มีวันนี้ สาธุค่ะ

    ReplyDelete
  39. ชอบมากค่ะ อ่านทุกวัน ไม่มีเบื่อ
    กราบถวายกำลังใจลพี่_
    ภูมิใจที่ได้เจอ ครูดี ที่หนึ่ง เลย

    ReplyDelete
  40. สาธุๆๆค่ะ อ่านทุกบรรทัด รู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของหลวงพ่อมากๆค่ะ

    ReplyDelete
  41. ตำตอบ มี2แบบ

    1.แบบไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา เพราะมันไม่ถูกจุด ”

    2.แบบ วิธีการที่แก้ปัญหาได้จริง (ok ชัดเจนมากเลย กราบขอบพระคุณครับ)

    ReplyDelete
  42. พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านเมตตากับทุกๆชีวิตบนโลกใบนี้ เป็นบุญมากเลยที่มาพบท่านและได้เข้าวัด...เราจะเคียงข้างกันแบบแขนคล้องแขนใจคล้องใจมิให้มีสิ่งใดผ่านได้... การครั้งนี้จะถูกจารึกบนหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้ง...

    ReplyDelete
  43. สาธุๆๆๆ อนุโมทามิ

    ReplyDelete
  44. เป็นจริงอย่างที่หลวงพ่อท่านบอกค่ะ สมัยลูกสาวยังเป็นเด็กอนุบาลทานอาหารยากมาก ตัวเล็กกว่าเพื่อนๆในชั้นเรียน ต่อมาประมาณป.6 ไม่ค่อยมีเวลาทำกับข้าวให้ลูกสาวทานเพราะต้องค้าขาย เขาก็เลยทำไข่เจียว ไข่ต้ม หุงข้าวทานเองทุกวัน ไม่ถึงปีตัวสูงใหญ่ขึ้นอีก 10 ซม.จนเพื่อนๆในชั้นเรียนงง! กันเป็นแถว

    ReplyDelete
  45. โหรุ้อย่างนี้กินไข่ต้มตั้งแต่เด็กแต่สายเสียแล้ว เราแก่งอมแล้ว กราบขอบพระคุณหลวงพ่อทีได้มาเป็นลูกศิษย์ ของท่านได้มากกว่าที่คิดอีก สาธุเจ้าค่ะ

    ReplyDelete
  46. โหรุ้อย่างนี้กินไข่ต้มตั้งแต่เด็กแต่สายเสียแล้ว เราแก่งอมแล้ว กราบขอบพระคุณหลวงพ่อทีได้มาเป็นลูกศิษย์ ของท่านได้มากกว่าที่คิดอีก สาธุเจ้าค่ะ

    ReplyDelete
  47. สาธุเจ้าค่ะ

    ReplyDelete
  48. สาธุเจ้าค่ะ

    ReplyDelete
  49. สาธุค่ะ สุดยอด สามเณรคือผุ้ได้โอกาศ

    ReplyDelete
  50. สาธุค่ะ สุดยอด สามเณรคือผุ้ได้โอกาศ

    ReplyDelete
  51. หลวงพ่อท่านมีเมตตาต่อสามเณรมาก หาครูบาอาจารย์เช่นท่านยากมาก พวกเราโชคดีจริงๆ

    ReplyDelete
  52. หลวงพ่อท่านมีเมตตาต่อสามเณรมาก หาครูบาอาจารย์เช่นท่านยากมาก พวกเราโชคดีจริงๆ

    ReplyDelete
  53. สาธูเจ้าค่ะ ... สุดยอดค่ะ...

    ReplyDelete
  54. หลวงพ่อท่านสอนให้เราเป็นคนดีและมีเมตา

    ReplyDelete
  55. กินไข่ต้มตอนนี้ทันมั้ยเจ้าค่ะ อยากสูงได้อีก

    ReplyDelete
  56. กินไข่ต้มตอนนี้ทันมั้ยเจ้าค่ะ อยากสูงได้อีก

    ReplyDelete
  57. สาธุเจ้าค่ะ

    ReplyDelete
  58. กราบอนุโมทนาบุญครับเพราะครูบาอาจารย์ท่านเหมือนพ่อแม่ของเราเพราะท่านเอาใจใส่เราถึงขนาดนี้เราจึงไม่คิดลืมพระคุณครูบาอาจารย์ทั้งสองของพวกเรารักหลวงพ่อมากครับ

    ReplyDelete
  59. สาธุ สาธุ สาธุ ครับผม

    ReplyDelete
  60. ไข่ต้มมีประโยชน์เยอะเลยค่ะ,ทานประจำทำให้ผมหงอกช้าด้วย

    ReplyDelete
  61. อนุโมทนาสาธุการ สาธุครับ

    ReplyDelete
  62. อนุโมทนาสาธุการ สาธุครับ

    ReplyDelete
  63. สาธุ... สาธุ... สาธุค่ะ

    ReplyDelete
  64. เป็นบุญของสามเณรครับที่มาอยู่กับหลวงพ่อ

    ReplyDelete
  65. ชนะศึกคราวนี้ น่าจะได้หนังสือดีๆ เอาไว้สอนลูกพระลูกเณรรุ่นต่อไป ให้มองเห็นบุญวาสนาตนเองที่มีมากมายมหาศาลถึงได้มาเป็นหนึ่งในนักรบแห่งกองทัพธรรมแห่งวัดพระธรรมกาย สาธุค่ะ

    ReplyDelete
  66. กราบอนุโมทนาสาธุ กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะ ที่มีความเมตตาและมีความห่วงใย ต่อลูกพระลูกเณรด้วยดีเสมอมานะครับ..

    ReplyDelete
  67. พระเดชพระคุณหลวงพ่อ...เมตตาเพียรเฝ้าอบรมสั่งสอนดูแลลูกพระลูกเณรอย่างดียิ่งดุจพ่อแม่ดูแลลูก เพื่่อจะได้พระแท้...สืบอายุพระพุทธศาสนา...สาธุ สาธุ สาธุเจ้าค่ะ

    ReplyDelete
  68. สาธุ สาธุ สาธุ

    ReplyDelete
  69. สาธุ_กราบอนุโมทนาบุญหลวงพ่อทั้ง 2 เจ้าค่ะที่เมตตามาโดยตลอดสาธุเจ้าค่ะ

    ReplyDelete
  70. พวกเราโชคดี ที่มีครูบาอาจารย์ดูเเล ประดุจคุณพ่อคุณเเม่ กราบอนุโมทนาบุญ สาธุ สาธุ สาธุครับ

    ReplyDelete
  71. ปัญหาถ้ามองเป็นเรื่องธรรมดาก็ไม่เกิดการแก้ไข อ่านแล้วได้ข้อคิดปัญหาเมื่อเกิดแล้วต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดา ต้องคิดต่าง มองต่างมุมถึงจะแก้ปัญหาได้ หลวงพ่อทัตตะท่านสุดยอดจริงๆคะ กราบ

    ReplyDelete
  72. สาธุค่ะ ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว

    ReplyDelete
  73. รักพระพ่อมากที่หนึ่งเลย

    ReplyDelete
  74. สาาธุๆๆ น่าปลื้มใจและเป็นบุญลาภจริงๆที่เราได้เป็นลูก(ศิษย์)หลวงพ่อฯ ทั้งสอง สมดังที่โบราณาจารย์ท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า "รู้อะไร ก็ให้รู้เป็นครูเขา" ฯ

    ReplyDelete

Powered by Blogger.